Free Email Updates

Get the latest content first.

BLOG

    เป็นเรื่องที่ทุกคนรู้กันว่าคนไทยใช้เวลาอยู่กับมือถือมากขึ้น ยิ่งเมื่อเทียบกับหลายปีก่อนที่การเชื่อมต่อกับโลกออนไลน์ยังเป็นแค่กระแส แต่ปัจจุบัน ทุกคนต่างก็ใช้ชีวิตอยู่ในโลกดิจิทัลกันหมดแล้ว รู้ไหมครับว่าสามปีที่ผ่านมา ยอดขายมือถือในประเทศไทยเติบโตขึ้นถึงเจ็ดเท่า!   เมื่อเราจับจ้องหน้าจอมากขึ้น ทุกสิ่งสามารถค้นหาได้แค่ปลายนิ้ว ผลกระทบที่เกิดกับธุรกิจรถยนต์คือคนเดินทางไปยังโชว์รูมน้อยลงเรื่อยๆ ทุกปีครับ แต่ถ้าอย่างนี้แล้วพวกเขาไปดูรถกันที่ไหนล่ะ คำตอบคือ ก็ดูกันบนอินเตอร์เน็ตไงล่ะครับ โดยมีข้อมูลว่า Seach Engine และวิดีโอโฆษณาคือ touch point ที่เกิด engagement สูงสุดสำหรับธุรกิจรถยนต์ในโลกออนไลน์ครับ   ‘เสิร์ช’ คือเครื่องมือที่ทรงพลังที่สุด คนไทยเสิร์ชกันถึง 1,500 ครั้งต่อวินาที ทั้งเทรนด์นี้ก็เติบโตขึ้นกว่าปีที่แล้วถึง 20% เฉพาะในกลุ่มธุรกิจรถยนต์เอง ตัวเลขการค้นหาก็พุ่งสูงถึง 1.2 พันล้านครั้งไปแล้ว มันถึงเวลาแล้วครับที่คุณควรต้องยกโชว์รูมของตัวเองขึ้นสู่เว็บไซต์ ให้ลูกค้าได้พิจารณารถยนต์ที่เขามองหาผ่านทางออนไลน์ แล้วจึงหยิบยื่นโปรโมชั่นและบริการหลังการขายที่โดนใจเพื่อดึงพวกเขาให้มายังโชว์รูมของคุณครับ   สถิติล่าสุดจาก Google ประเทศไทยระบุว่า 2.9 – 3 คือตัวเลขของแบรนด์รถยนต์ที่คนไทยจะมีอยู่แล้วในใจตอนมองหารถคันใหม่ ซึ่งกว่า 80% ที่ซื้อก็เลือกจะยึดอยู่แค่กับสามแบรนด์นี้แหละครับ แต่สถิติจากการสำรวจเดียวกันยังมีบอกอีกด้วยว่า 74% ของผู้มองหารถใหม่ก็ไม่ได้มีแบรนด์รถอยู่ในใจตั้งแต่ช่วงแรกที่เริ่มค้นหา เท่ากับว่ายี่ห้อรถยนต์ของคุณเองก็มีโอกาสเข้าไปนั่งในใจของลูกค้าได้เท่าๆ...
  ในปัจจุบันที่ธุรกิจดิจิทัลขับเคี่ยวกันอย่างเข้มข้น  ปฏิเสธไม่ได้ว่าเฟสบุ๊คกลายเป็นอีกหนึ่งช่องทางหลักในการโฆษณาไปแล้ว ในช่วงนี้ที่ไตรมาสสามกำลังจะผ่านไป และไตรมาสสี่ก็ใกล้มาถึง ลองถามตัวคุณดูครับว่า ธุรกิจของคุณพร้อมหรือยังที่สำหรับสนามแข่งขันของไตรมาสต่อไป และโฆษณาบนเฟสบุ๊คของคุณพร้อมหรือยังที่จะช่วงชิงความสนใจจากลูกค้านับล้านๆ แต่หากคุณยังไม่มั่นใจ วันนี้เรามีเทคนิกดีๆ มาแนะนำครับ    จัดสรรงบโฆษณาของคุณให้ดี   วางแผนงบประมาณของคุณแต่เนิ่นๆ และให้ความสำคัญกับงบประมาณที่คุณคิดจะทุ่มให้กับโฆษณาของคุณ เลือกลงเงินให้กับโฆษณาที่คุณเห็นแล้วว่าสร้าง coversion ได้สูงที่สุด ไม่ใช่หว่านเงินไปมั่วๆ ใส่เงินให้โฆษณาทุกๆ ตัวอย่างไร้จุดหมาย         2.  Target ลูกค้าที่ใช่   เพราะต่อให้คุณเขียนก๊อปปี้โฆษณาได้กระแทกใจสักแค่ไหน หรือมีภาพโฆษณาที่สวยงามสักเท่าไร แต่ถ้าคุณยิงโฆษณาไปยังลูกค้าผิดกลุ่ม สิ่งที่คุณเตรียมการมาทั้งหมดก็จะสูญเปล่าในทันที อย่าปล่อยโฆษณาผิดที่ก็เหมือนตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ ให้เวลากับการ optimize target สักนิด รับรองว่าผลลัพธ์ที่ตามมาคุ้มค่าแน่นอน        3.  ล่อตาล่อใจด้วยโปรโมชั่น   ลองจัดโปรโมชั่นให้กับสินค้าหรือบริการของคุณดูสิครับ แล้วลูกค้าจำนวนมากจะหันมาสนใจสินค้าคุณในทันที จากสถิติของเฟสบุ๊คในปี 2016 ระบุว่า ธุรกิจที่จัดโปรโมชั่นนั้นมี Return On Ad...
  การเตรียมการเพื่อเปิดตัวสินค้า บริการ หรือธุรกิจใหม่ๆ แน่นอนว่าเป็นงานหนัก ดังนั้นเพื่อไม่ให้สิ่งที่เตรียมมาสูญเปล่า กุญแจสำคัญจึงอยู่ที่การเตรียมกลวิธีเข้าถึงตัวลูกค้าแต่เนิ่นๆ วันนี้เราเลยมีบทความจาก kissmetrics.com ที่เสนอ 5 กลยุทธ์ช่วยให้การเปิดตัวสินค้าและธุรกิจของคุณทั้งเปรี้ยงและปัง   1.กำหนด key metric ให้ชัดก่อนเปิดตัวสินค้า   การเฝ้าติดตาม data จะช่วยให้คุณรู้ว่าสินค้าตัวใหม่ของคุณประสบผลสำเร็จแค่ไหน จึงเป็นเรื่องสำคัญที่คุณต้องกำหนด key metric ให้แน่ชัดต่อกลยุทธ์ที่จะสร้าง engagement ให้กับสินค้าคุณ กำหนดเป้าหมายที่คุณต้องการจากการเปิดตัวสินค้าให้ชัดเจน และเลือก channel ที่คุณต้องการสื่อสารกับลูกค้าให้ตรงจุด จะเป็นเฟสบุ๊กไหม เป็นอีเมล หรือว่า google search ดี จากนั้นถึงค่อยกำหนดว่าคุณจะวัดค่าจากอะไร อย่างถ้าอีเมลก็อาจเป็นจำนวนคนที่ลงชื่อไว้สำหรับอัพเดทข้อมูลสินค้า หรือจำนวน traffic ที่เข้ามาใน landing page ของคุณ   2.ผลิตคอนเทนต์ที่เนื้อหามีประโยชน์   เพราะคอนเทนต์จะช่วยสร้างความสนใจให้กับสินค้าและแบรนด์ของคุณ แต่หลายๆ บริษัทมักสร้างคอนเทนต์ที่ยัดเยียดจะขายสินค้า โพนทะนาคุณสมบัติ หรือคอยเน้นย้ำแต่เรื่องราคา แน่ล่ะว่ามันอาจช่วยให้สินค้าคุณขายได้ แต่ในปัจจุบันที่โลกออนไลน์มีเนื้อหามากมายให้ได้อ่าน...