Free Email Updates

Get the latest content first.

ยักษ์ใหญ่ขยับ…ส่องกลยุทธ์การตลาดออนไลน์ค่ายรถดัง

การตลาดออนไลน์


“การตลาดออนไลน์” กลายเป็นเครื่องมือสำคัญของธุรกิจยานยนต์ในยุคนี้


ถ้าเป็นเมื่อ 10 ปีก่อน การจะตัดสินใจซื้อรถสักคัน เราคงใช้วิธีเดินเข้าโชว์รูม เพื่อพูดคุยหาข้อมูลจากตัวแทนขาย ซึ่งหลายคนก็ไม่สามารถตัดสินใจได้เลยเดี๋ยวนั้น เพราะต้องการเปรียบเทียบรถหลายๆ รุ่น และข้อเสนอของตัวแทนขายหลายๆ ที่


แต่ยุคนี้ไม่ได้เป็นแบบนั้น


คนเข้าโชว์รูมน้อยลงจาก 5 ครั้ง เหลือเพียง 2 ครั้งก่อนการตัดสินใจ ผู้มีอิทธิพลคนใหม่ กลายเป็น Google, Facebook และ YouTube ซึ่งเป็นช่องทางยอดนิยมที่คนจะเข้าไปค้นหาข้อมูลรถรุ่นต่างๆ  


นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมค่ายรถชื่อดังจึงทุ่มงบทำการตลาดออนไลน์มากขึ้น



เมื่อเร็วๆ นี้ สมาคมโฆษณาดิจิทัล (ประเทศไทย) และ กันตาร์ ทีเอ็นเอส (ไทยแลนด์) ได้เปิดเผยตัวเลขเม็ดเงินโฆษณาในสื่อดิจิทัลของกลุ่มธุรกิจต่างๆ พบว่า ธุรกิจยานยนต์ยังคงครองแชมป์ธุุรกิจที่ลงทุนในการตลาดออนไลน์มากที่สุดในปีที่ผ่านมา ด้วยเงินโฆษณากว่า 1,280 ล้านบาท  เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าถึง 72% และคาดว่า งบโฆษณาเพื่อทำการตลาดออนไลน์ของกลุ่มธุรกิจนี้จะพุ่งขึ้นสูงถึง 1,500 ล้านบาทในปีต่อไป


อะไรทำให้ค่ายรถชื่อดังต่างพร้อมใจกันทุ่มงบมาที่การตลาดออนไลน์


สาเหตุหลักน่าจะมาจากพฤติกรรมของผู้ซื้อรถที่เปลี่ยนไป โดยสื่อออนไลน์เข้ามามีผลต่อการตัดสินใจซื้อรถคันใหม่มากขึ้น


ถ้าจะมองให้ลึกลงไป การลงทุนทำการตลาดออนไลน์ของค่ายรถต่างๆ แบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก คือ 1.เพื่อกระตุ้นยอดขาย  2.เพื่อสร้างช่องทางเชื่อมต่อระหว่างลูกค้ากับแบรนด์ให้ใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้น


มาลองดูว่า ยักษ์ใหญ่ในแวดวงยานยนต์ขยับตัวกันอย่างไรบ้าง เพื่อจับความสนใจของลูกค้าในยุคนี้


เริ่มจาก “โตโยต้า” ค่ายรถที่ใช้เงินลงทุนในสื่อดิจิทัลสูงสุดในปีที่ผ่านมา นอกจาก FB Fanpage “Toyota Motor Thailand” ที่มีจำนวนผู้ติดตามกว่า 9 แสนคนแล้ว ยังมีเว็บไซต์ e-TOYOTACLUB.com เครือข่ายสังคมออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดสำหรับคนรักรถโตโยต้าที่ให้บริการมากว่า 10 ปี ซึ่งได้พัฒนาให้มีฟังก์ชันใหม่ๆ อย่าง Online Services บริการนัดหมายออนไลน์และตรวจสอบประวัติงานซ่อมย้อนหลังได้ทันทีด้วยตัวเอง และฟังก์ชัน  Ask Guru ตอบทุกข้อสงสัยเกี่ยวกับรถโตโยต้าทุกวัน


รวมถึงยังพัฒนาระบบ e-CRB (e-Customer Relationship Building) เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า ล่าสุดคือการพัฒนา TOYOTA T-Connect แอปพลิเคชั่นนำทางอัจฉริยะบนโทรศัพท์มือถือ ยิ่งไปกว่านั้นยังตั้งบริษัทลูกที่ให้บริการ Digital Marketing วางแผนการตลาดออนไลน์ให้ตัวแทนจำหน่ายโตโยต้าด้วย


ขณะที่คู่แข่งสัญชาติเดียวกันอย่าง “ฮอนด้า” ปีที่ผ่านได้ใช้การตลาดออนไลน์โดยทดลองเปิดตัวรถรุ่นใหม่ด้วยการไลฟ์สดผ่านทางเว็บไซต์และ Facebook แทนที่จะเชิญนักข่าวร่วมงานแถลงข่าวเหมือนที่ผ่านมา


ส่วนปีนี้ก็เปิดตัว “ฮอนด้า คอนเนค” เทคโนโลยีที่ผสานการทำงานระหว่างแอปพลิเคชั่นบนโทรศัพท์มือถือกับอุปกรณ์รับส่งข้อมูลทางไกลที่ติดตั้งบนรถยนต์ฮอนด้า มีฟังก์ชั่นตรวจสอบตำแหน่งและสถานะความพร้อมของรถยนต์ ข้อมูลลักษณะการขับขี่ ค้นหาและแชร์การเดินทาง รวมถึงการติดต่อช่วยเหลือฉุกเฉิน และบริการแจ้งข้อมูลข่าวสาร พร้อมสิทธิพิเศษต่างๆ


ด้าน “ฟอร์ด” ค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่สัญชาติอเมริกัน ประกาศเป็นผู้นำด้านการตลาดออนไลน์ โดยเป็นบริษัทผู้ผลิตรถยนต์รายแรกในประเทศไทยที่เป็นพาร์ทเนอร์กับ YouTube สร้าง Channel และลงทุนในโฆษณาวิดีโอออนไลน์มาตั้งแต่ปี 2016


เป้าหมายในขณะนั้น คือต้องการติดอันดับ Top 5 แบรนด์ที่อยู่ในใจของผู้ซื้อรถ ในยุคที่พฤติกรรมของผู้ซื้อรถชาวไทยใช้เวลาในการดูYouTube มากกว่าดูทีวี


และในปลายปีนั้นเอง ฟอร์ดก็ได้ขยับขึ้นมาเป็นอันดับ 3 แบรนด์ที่อยู่ในการพิจารณาของผู้ซื้อ จากที่รั้งอันดับ 6 อยู่ในปีก่อนหน้า ขณะเดียวกันส่วนแบ่งการตลาดก็เติบโตขึ้นถึง 12.4% และยอดขายรถยนต์ก็เติบโตขึ้นถึง 23% กลายเป็นแบรนด์เดียวที่มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นถึง 2 หลัก  ในขณะที่ตลาดรถยนต์ในปีนั้นหดตัวลงเกือบ 4%


กลยุทธ์การตลาดออนไลน์ที่เริ่มต้นจากการวิเคราะห์พฤติกรรมของผู้ซื้อรถเป็นหลัก และอาศัยวิดีโอเป็นตัวโน้มน้าว ทำให้ปัจจุบัน Channel ของฟอร์ดบน YouTube มีผู้ติดตามมากกว่า 173,000 คน สูงที่สุดในบรรดาค่ายรถยนต์ต่างๆ รวมถึงค่ายรถที่เป็นผู้นำในตลาดด้วย


สำหรับโลกดิจิทัลที่หมุนเร็วขึ้นทุกวัน “เวลา” คือต้นทุนราคาแพงที่สุด ผู้ที่เริ่มก่อนคือผู้ที่ได้เปรียบในการแข่งขัน


แล้วคุณล่ะ จะเลือกเป็นผู้นำหรือผู้ตามในสนามประลองนี้

---------------------------

Heroleads คือ Digital Marketing Solution Provider ที่มุ่งมั่นจะช่วยให้ธุรกิจของคุณประสบความสำเร็จในโลกออนไลน์ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย และทีมที่มากประสบการณ์