Free Email Updates

Get the latest content first.

คิดจาก Insight…สร้างโฆษณาออนไลน์ให้ได้ลูกค้าจริง กับทีม Optimizer สุดแกร่งจาก Heroleads

optimize, heroleads, digital agency, online agency, optimize

“การทำโฆษณาออนไลน์มีปัจจัยหลายอย่างที่ธุรกิจต้องคำนึงถึง เริ่มตั้งแต่การกำหนดเป้าหมาย วางแผนกลยุทธ์ที่จะใช้ ไปจนถึงงบประมาณที่จะทุ่มลงไป แต่สุดท้ายแล้วสำเร็จหรือไม่ สิ่งที่จะยืนยันได้คือ Outcome หรือผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นต่างหาก”


เมื่อ “ความสำเร็จ” วัดกันที่ตัวเลขและผลตอบแทนที่ได้ ไม่ใช่แค่ความรู้สึก ธุรกิจจะทำโฆษณาออนไลน์อย่างไรให้ได้ทั้ง “ยอดคลิก” และ “ยอดขาย” วันนี้เราจะพาไปหาคำตอบจาก ทีม Performance Optimizer ของ Heroleads ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของโฆษณาออนไลน์กว่าร้อยแคมเปญ และสร้างผลงานโดดเด่นจนสามารถคว้ารางวัล Performance Excellence Honors Agency จาก Google ประเทศไทย มาแล้ว


คุณตี่-พรเพ็ญ แก้วเศกสรรค์ Head of Operation คุณปุ๊ก-ประไพรัตน์ มีชัย  SEM Specialist Manager และ คุณเมย์-จิราภรณ์ รักษ์ศรี Social Media Specialist


Performance Optimizer คือใคร และสำคัญกับการทำโฆษณาออนไลน์อย่างไร?


ตี่: ถ้าเปรียบทีม Account Manager (AM) เป็นทีมหน้าบ้านที่คอยให้คำแนะนำและรับฟังความต้องการของลูกค้า ทีม Performance Optimizer ก็คือทีมเบื้องหลังที่มีหน้าที่ทำความต้องการนั้นให้เป็นจริง ผ่านการบริหารแคมเปญโฆษณาอย่างมีกลยุทธ์ ไม่ว่าจะเป็นโฆษณาบน Google หรือ Social Media ต่างๆ รวมไปถึงการทำ Advertising Optimization หรือการติดตามผลและปรับปรุงประสิทธิภาพของโฆษณาออนไลน์ให้ได้ KPI ที่สามารถเปลี่ยนเป็น ROI ให้กับลูกค้าได้จริงๆ


digital agency, online agency, heroleads

พรเพ็ญ แก้วเศกสรรค์


แน่นอนกว่าจะไปถึงจุดนั้นต้องอาศัยทั้งประสบการณ์ และการทำงานที่ค่อนข้างละเอียด เพราะการโฆษณาบนแพลตฟอร์มออนไลน์แต่ละตัวก็มีวิธีและเทคนิคที่แตกต่างกัน จึงต้องอาศัยทีมที่เข้าใจเรื่องเหล่านี้อย่างลึกซึ้ง ซึ่งคงไม่มีใครอธิบายเรื่องนี้ได้ดีไปกว่าคนที่เป็น Specialist ด้านนี้โดยตรง


Advertising Optimization คืออะไร และช่วยเพิ่มยอดขายให้ธุรกิจได้อย่างไร?


เมย์: การทำ Advertising Optimization เป็นส่วนที่ธุรกิจจะมองข้ามไม่ได้เลย เพราะมันคือการควบคุมการโฆษณาให้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ หรือเพิ่มประสิทธิภาพให้กับมัน ตัวอย่างเช่น การโฆษณาบน Facebook บางครั้งแค่เปลี่ยนรูปภาพหรือข้อความโฆษณา คุณก็อาจจะดึงดูดลูกค้าได้มากขึ้น หรือเปลี่ยน Target ไปที่กลุ่มใหม่ ก็อาจจะได้ลูกค้าที่ดีกว่าเดิม  


"ถ้าเพียงแค่ลงโฆษณาแล้วไม่ได้เข้าไปปรับอะไรเลยมันก็คือการ Setting เฉยๆ ซึ่งระหว่างทาง อะไรก็สามารถเกิดขึ้นได้"


digital agency, online agency, opimize

จิราภรณ์ รักษ์ศรี


ปุ๊ก: การโฆษณาบน Google ก็เหมือนกัน เพียงแต่วิธีการ Optimize อาจจะแตกต่างออกไป หัวใจของ Search Advertising คือการเลือก Keyword ให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายมากที่สุด


“ธุรกิจอยากขายอะไร เราต้องคิดให้ได้ว่าลูกค้าจะ  Search มาด้วยคำไหน และทำอย่างไรให้เขามาเจอสินค้าของเรา เพื่อให้เงินทุกบาทที่ใช้จ่ายออกไป สร้างผลลัพธ์ที่คุ้มค่ากลับมา”


ถามว่าเรื่องแบบนี้ธุรกิจจะทำเองได้หรือเปล่า ก็ทำได้เหมือนกัน แต่ความเชี่ยวชาญอาจจะไม่เท่าเรา เราเป็น Google Premiere Partner อย่างเป็นทางการ เมื่อจะมีการเปลี่ยนแปลงหรือมีเครื่องมือใหม่ๆ ออกมา Google จะแนะนำเราก่อนตลอด รวมถึงการที่เรามีโอกาสได้ดูแลแคมเปญการตลาดออนไลน์ที่หลากหลาย และทำงานอยู่ตรงนี้ทุกวัน ความเชี่ยวชาญของเราจึงมีมากกว่า


ข้อผิดพลาดที่มักเกิดขึ้นกับธุรกิจที่เริ่มต้นทำโฆษณาออนไลน์ด้วยตัวเอง


เมย์: ส่วนมากจะเป็นเรื่องการจัดการและการวางแผน คิดจะขึ้นโฆษณาตอนไหนก็ขึ้น คิดจะเปลี่ยนตอนไหนก็เปลี่ยน หรือใจร้อนไม่ได้เช็คก่อนว่าโฆษณาที่ทำมานั้นมันรองรับกับช่องทางที่จะนำไปเผยแพร่รึเปล่า


อย่างเฟซบุ๊กเขาจะจำกัดความยาวของข้อความที่ใส่ในภาพโฆษณาด้วยนะ ถ้ายาวกว่าที่กำหนดไว้ คุณจะต้องจ่ายค่าโฆษณาแพงขึ้น หรือประสิทธิภาพของโฆษณาจะลดลง และมีข้อห้ามสำหรับภาพบางประเภท เช่น ภาพนู๊ด ภาพการพนัน หรือภาพที่ใช้ความรุนแรง แม้กระทั่งภาพคนที่ซูมใกล้มากๆ ซึ่งคนที่ไม่ได้ทำงานอยู่ตรงนี้ส่วนใหญ่จะไม่รู้ เมื่อทำไปแล้วก็ต้องมาปรับแก้ ทำให้งานยิ่งช้าขึ้นไปอีก


ปุ๊ก: ถ้าเป็นโฆษณาบน Google บางทีคนทำธุรกิจจะมอง Keyword แบบกว้างๆ เช่น อยากขายคอนโดก็ใช้ Keyword แค่ “คอนโด” เพราะเห็นว่ามีคน Search คำนี้มาก แต่จริงๆ แล้วคอนโดมันมีอยู่ทั่วประเทศ เราควรระบุโลเคชั่นลงไปในโฆษณาด้วย เพื่อให้โฆษณาไปโชว์กับคนที่สนใจคอนโดบริเวณนั้นจริงๆ


หรือลูกค้าขายครีมทาหน้า อยากจะใช้ Keyword แค่ “ครีมทาหน้า” แต่ไม่คิดว่าสินค้าประเภทเดียวกันยังแบ่งย่อยได้อีก ทั้งครีมสำหรับคนผิวมัน ผิวผสม ผิวแพ้ง่าย ซึ่งถ้าเราระบุ Keyword ให้มันลึกลงไป โฆษณาของเราก็จะไปถึงกลุ่มเป้าหมายมากกว่า


digital agency, online agency, optimize

ประไพรัตน์ มีชัย


มีเทคนิคยิงโฆษณาอย่างไรให้ไปถึงกลุ่มเป้าหมาย และได้ผลมากที่สุด


เมย์: ก่อนเริ่มแคมเปญเราจะคุยกับลูกค้าก่อนว่า Target ของเขาเป็นใคร แล้วนำมาประกอบกับประสบการณ์ของเราด้วย หลังจากนั้นก็ทำเป็น Buyer Persona ขึ้นมา คิดว่าเขาน่าจะเป็นคนยังไง เขาน่าจะชอบอะไร แล้วจึงไป Setting ให้ยิงโฆษณาไปที่คนกลุ่มนั้น


"ถ้าเป็น Facebook คุณสามารถเลือก Target ได้ละเอียดมาก ตั้งแต่เลือกตามพฤติกรรมการกด Like กด Share, เลือกตามเพศ อายุ อาชีพ หรือความสนใจ แม้กระทั่งว่า เลือกคนที่เคยไปเที่ยวที่ไหนมา เพราะทุกอย่างที่เราทำบนเฟซบุ๊กจะถูกเก็บข้อมูลไว้หมด ทำให้การยิงโฆษณาของเรามีความแม่นยำสูง"


ปุ๊ก: ถ้าเป็น Google จะขึ้นอยู่กับปัจจัยหลักๆ 3 อย่างคือ หนึ่ง Keyword ที่ตรงกับคำที่คนใช้ค้นหา สอง ข้อความโฆษณาที่ต้องพยายามชูจุดขายให้ได้มากที่สุด และสาม Landing Page หรือหน้าแรกที่ปรากฏขึ้นมาหลังจากคุณคลิกโฆษณาที่ต้องเกี่ยวข้องกับสิ่งที่เข้าค้นหา รวมถึงเวลาในการโหลดหน้าเว็บ ยิ่งระยะหลังๆ ที่คนใช้โทรศัพท์มือถือกันมากขึ้น ถ้าเว็บไซต์ไม่เอื้อต่อการใช้งานบนมือถือ ก็จะมีผลต่ออันดับการแสดงผลและราคาโฆษณา รวมถึงประสบการณ์ของลูกค้าด้วย


Heroleads แตกต่างจากออนไลน์เอเจนซี่อื่นๆ อย่างไร


ตี่: เราเป็นทีมที่มีประสบการณ์ทำการตลาดออนไลน์ให้กับธุรกิจหลากหลายประเภท และมีการแชร์ Knowlege กันตลอดเวลาภายในทีมของเราเอง ที่สำคัญคือเราทำงานแบบ Performance Base จริงๆ


“เราไม่ได้คิดว่าตัวเองเป็นแค่เอเจนซี่ แต่เรามองในมุมของลูกค้าว่า ถ้าลงทุนอะไรไปก็ต้องได้อะไรกลับมา ไม่ใช่แค่ประโยชน์ทางอ้อมอย่างเช่นแบรนด์เป็นที่รู้จักเท่านั้น แต่สินค้าต้องขายได้ด้วย”


คำว่า Performance Base อีกมุมหนึ่งคือ ทุกอย่างที่เราทำสามารถวัดค่าเป็นตัวเลขได้หมดและเรามีเทคโนโลยี Herobase ที่ลูกค้าสามารถเข้าไปเช็กได้ด้วยตัวเองตลอดเวลา มี Live Dashboard ที่ลูกค้าสามารถเห็น Data หรือ Outcome ทั้งหมดได้ทันที เพราะลูกค้ายุคนี้มีความรู้มากขึ้น และค่อนข้าง Specialist เหมือนกัน เครื่องมือนี้ช่วยให้เขาสามารถมอร์นิเตอร์ได้เอง และบางธุรกิจก็อาจจะไปผนวกกับระบบ CRM ของเขาได้ด้วย


ความสำเร็จและความภาคภูมิใจจากงานที่ผ่านมา


ปุ๊ก: มีเคสหนึ่งที่ลูกค้าไม่เคยทำออนไลน์เลย เขาขายหลังคารถกระบะ และมีแค่ลูกค้าเก่าๆ ที่มาจากการบอกปากต่อปากเท่านั้น แต่พอมาทำออนไลน์ เขาพบว่าจริงๆ แล้วมีคนที่ Search หาสินค้าของเขาเยอะมาก เพียงแต่เขาไม่เคยจับตลาดตรงนี้ อีกเคสคือธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ขายคอนโดได้เกือบ 20 ห้องภายในเวลา 1 เดือน จากการที่เราบริหารโฆษณาออนไลน์ให้


เมย์:ฺ มีลูกค้าที่เคยทำกับเราในปีแรก และไปตั้งทีมทำกันเองในปีที่สอง แต่สุดท้ายก็กลับมาหาเราอีก เพราะว่าเขาทำเองแล้วยอดขายไม่ขยับ ไม่เกิดกระแส ซึ่งเราก็เข้าช่วย Optimize ทั้งในส่วนของรูปภาพและคอนเทนต์ ให้คำปรึกษาแนะนำกันแบบใกล้ชิด อะไรที่เห็นว่าดีก็เสนอให้เขาทำ


“เหมือนเราเป็นที่ปรึกษาส่วนตัวของเขา และด้วยความที่เราเป็นเอเจนซี่ที่มีประสบการณ์ในด้านนั้นๆ เลยรู้ว่าตรงไหนควรทำ ไม่ควรทำ คอนเทนต์แบบไหนทำให้เกิดกระแส หรือควรจะ Target ไปที่กลุ่มไหน จึงได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า”


ตี่: ถ้าจะพูดกันถึงความสำเร็จ ทางหนึ่งเราอาจจะวัดกันด้วย Metric แต่อีกทางคือคำชมจากเจ้าของธุรกิจที่บอกเราว่าเขาสามารถปิดการขายได้จริงๆ ซึ่งมีหลายเคสที่เป็นแบบนี้ บางเคสที่ยากๆ แต่เราทำได้เกิน Benchmark หรือลูกค้าที่เป็นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์สามารถปิดการขายได้ทั้งโครงการ  นี่คือความสำเร็จที่เราภูมิใจ และเป็นความสำเร็จร่วมกันระหว่างเรากับลูกค้า ยิ่งถ้าเขาเปิดโครงการใหม่หรือไปลงทุนที่ไหนแล้วคิดถึงเราอีก นี่คือความสำเร็จของทีมทั้งหมด


ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่อยากประสบความสำเร็จบนโลกออนไลน์ และเชื่อในพลังของข้อมูลและเทคโนโลยีเช่นเดียวกัน ทีมนักการตลาดมืออาชีพของเรายินดีให้คำแนะนำ และพร้อมมอบโซลูชั่นที่ดีที่สุดสำหรับธุรกิจของคุณ

---------------------------

Heroleads คือ Data-Driven Performance Marketing Agency ที่มุ่งมั่นจะช่วยให้ธุรกิจของคุณประสบความสำเร็จในโลกออนไลน์ด้วยเทคโนโลยีทันสมัย และทีมที่มากประสบการณ์